-- เข้ามา Edit ครับ เพราะมีสหายจาก bloggang (คุณ "POL_US" นักเรียนนอก อนาคต ผบ.ตร. และคุณ"คนทับแก้ว" อดีตนักเรียนนอก อนาคต CEO บริษัทยักษ์ใหญ่) ทักท้วงว่าข้อ 10 หายไปครับ ใครที่อ่านงานนี้ไปแล้ว นิมนต์ท้ายแถวได้เลยนะครับ
-- ส่วนคุณ Sasisin ที่อยู่อเมริกา ติดต่อแจ้งที่อยู่ผมที่ metee@bignosecity.com ด้วยครับ แล้วจะส่งหนังสือไปให้ ส่วนค่าใช้จ่ายผมจะเรียกเก็บจากเจ้าอาวาสที่หลวงพี่ป๋องจำวัดอยู่ ฟรีครับ อีกอย่าง หนังสือทีเขียนนั้น การเขียนคนละแนวกับ blog นะครับ แต่ถ้าตีพิมพ์ครั้งที่ 3 (เล่มที่ 7001 ขึ้นไป) ผมจะปรับใหม่โดยใส่ความไร้สาระเข้าไปด้วย --
-- ประกาศเกียรติคุณ : ขอขอบคุณ คุณ "นู๋เองง่ะ" จากbloggang ที่ย้าย content ไปที่ pantip.com ให้ประชาชนต่างถิ่นชมกันถึงที่นะคร้าบบบ ^^"(แต่คนทีนั้นก็ตามมาที่นี่ได้เหมือนกันนะ ^ ^")กรุณาทิ้งที่อยู่ไว้ที่ใดซักที่ด้วยนะจ๊ะ email ก็ได้จะส่งหนังสือไปให้พร้อมลายเซ็น แถมปลุกเสกซ้ำโดย "หลวงพี่ป๋อง" ขาประจำ จริงๆนะ ดีใจป่าว หรือเสียใจ??^ ^"--
-- ตอนนี้จำนวนครั้งในการหลงผิดทะลุ 10,000 hits ใน 1 เดือน แล้วครับ
ตั้งลัทธิ "ฝ่าดงเท้า"ได้แล้ว ขอบคุณมากครับ ---

-- ถ้าต้องการสมาธิในการอ่าน สามารถกดปิดเพลงได้นะครับ --
1. ห้าม คิดว่า ภาษาอังกฤษตัวเองดีอยู่แล้ว
จริงๆแล้ว คนเก่งภาษาอาจจะข้ามข้อนี้ไปได้ หรืออาจจะไม่ต้องสนใจทั้งหมดก็ยังได้อีก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า พอใจในระดับไหน เอาแบบพอสื่อสารได้ประเภทไปไหนมาสามวาสองศอก ไปต่างประเทศไม่อดอยาก (คงไม่ถึงกับเสียชีพ) นำเที่ยวฝรั่งได้ ประชุมกับฝรั่งได้ เจรจาต่อรองทางธุรกิจได้ หรือ เป็นวิทยากรบรรยายเป็นภาษาอังกฤษได้
ผมขายกล้วยแขก ผมก็ยังต้องเปิด dictionary ฝึกฝนภาษาอังกฤษทุกวันเลย
กลัวว่า วันดีคืนดีมีฝรั่งมาซื้อแล้วจะขายของไม่ถูก........ เพราะ ผมต้องพร้อมเสมอ...ทั้งดนตรีและกีฬา!!!
- ห้าม ดูถูกตัวเองว่าคงเอาดีไม่ได้ทางภาษาอังกฤษ
ถ้าคิดอย่างนี้ก็จบเลย ความหวังจะเป็น CEO บริษัทใหญ่ๆก็มลายหายไปทันทีขนาดผมขายกล้วยแขกยังไม่ดูถูกตัวเองเลย
ฝันว่าซักวัน กล้วยแขกไทย จะไป Inter !!! ^ ^ "
....ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ -_-"
- ห้าม คิดว่า การเรียนภาษาเป็นเรื่องยากหรือพรสวรรค์
คิดง่ายๆ คนเราโดยธรรมชาติเกิดมาที่ไหน ก็สามารถพูดสื่อสารในสำเนียงของถิ่นนั้นได้โดยธรรมชาติอยู่แล้ว เพียงแต่เราเริ่มเรียนรู้ในสิ่งใหม่เท่านั้นเอง เรื่องพรสวรรค์ในการเรียนภาษาดูเหมือนจะมีเรื่องเดียวก็คือ
@@@~~* V การร้องเพลงV *~~@@@
ซึ่งเรื่องนี้ผมไม่ยอมใครอยู่แล้ว
ใครอยากดวล กระเป๋าแบนแฟนทิ้ง ก็ติดต่อมาได้
ได้ทุกที่...............สำหรับผม.......ชนิดของเครื่องเสียงไม่มีผลอยู่แล้ว
พรสวรรค์จึงมีอยู่เรื่องเดียวคือ ใครร้องเพลงฝรั่งได้เพราะกว่ากัน??
- ห้าม ผลัดวันประกันพรุ่งในการฝึกฝน
มันแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าเราๆท่านๆจะเริ่มเก่งภาษาอังกฤษตอนอายุ 70 ขวบ เพราะผมคิดว่า
............เทวดาหรือยมบาลน่าจะใช้ภาษาอื่นมากกว่าภาษาอังกฤษนะ ว่ามั้ย??!!
- ห้าม คิดว่าไม่มีเงินเรียนภาษา
ไม่มีฝรั่งอังกฤษ อเมริกัน ออสซี่ คนไหนไปเรียนภาษาอังกฤษที่สถาบันสอนภาษานอกจากเป็นคนสอนซะเอง ฉะนั้นฝรั่งพวกนี้ก็ไม่เสียเงินเรียนภาษาเหมือนกัน เพียงแต่สิ่งแวดล้อมเอื้ออำนวย (กว่าเรามากกก)
เคยบอกไปแล้วว่า เราเรียนเองได้โดยธรรมชาติ เพียงแต่เราพยายามไม่ให้มันเป็นธรรมชาติมากกว่า หลายคนไปเรียนเพราะคิดว่า ต้องมีกฎหรือคนบังคับ ไม่อย่างงั้นตัวเองก็จะปล่อยปละละเลย เพราะไม่มีวินัย
อันนี้เป็นความสามารถเฉพาะตัว ห้ามเลียนแบบ
เรียนเองไม่เสียเงินหรือเสียน้อยมาก จงใช้ทรัพยากรรอบข้างให้เกิดประโยชน์
- ห้าม หยุดการพัฒนาภาษาตัวเอง
ตราบใดที่เราไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษทุกวันวันละหลายๆชั่วโมงเหมือนอยู่ต่างประเทศ เพราะการหยุดพัฒนาภาษาอังกฤษจะทำให้เราไม่สามารถร้องเพลงสากลใหม่ๆได้ โดยเฉพาะเพลงแร็พเร็วๆแบบEminem
- ห้าม อายตัวเองในการใช้ภาษาอังกฤษ
ให้คิดเสียว่า การที่เราไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ น่าอายยิ่งกว่า
ตอนนี้เขา go inter กันหมดแล้ว!!!You Know?! OK?!
"This is a book.!!!"
เป็นไง เจอศัพท์ยากๆเข้าไป ...งงเลย !!!
นี่ขนาดยังไม่เจอ .....A cat is on the table. นะเนี่ย
- ห้าม กลัวฝรั่งในการสนทนา
ถ้ากลัว แล้วจะเรียนไปทำไม!!~ คิดว่า เหตุผลนี้น่าจะกระจ่างนะจ๊ะ
- ห้าม ละเว้นข้อใดข้อหนึ่งใน 8 ข้อข้างบน แต่จงปฏิบัติทุกวัน
ถ้าละเว้น จะผิดศีลทันที หลวงพี่ป๋องฝากมา ใครผิดศีล...ขอให้
เป็นเจ้าของกิจการขายกล้วยแขก เหมือนผม!!!!
สาระส่งท้าย : ส่วนตัวผมคิดว่า เราจะทำอะไรก็ควรจะทำให้ดีที่สุด เพราะมันหมายถึง อนาคตที่ดีขึ้นด้วย ใครที่คิดอยากเป็น CEO, MD, GM บริษัทใหญ่ๆ โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติ ยิ่งต้องพัฒนาภาษาอังกฤษให้ดีมากๆ จากประสบการณ์ส่วนตัว พบว่า ผู้บริหารระดับสูงสุดของบริษัทใหญ่ๆเกือบทุกแห่งนั้น ใช้ภาษาอังกฤษได้ดีมาก ดีมากในที่นี้หมายถึง ไวยากรณ์ดีมาก(ไม่มีผิดเลยเท่าที่ฟัง เราก็แอบตรวจดูว่า ระดับนี้แล้วไวยากรณ์เป็นอย่างไรบ้าง), พูดได้คล่องแคล่วเป็นธรรมชาติดีมาก(พูดน้ำไหลไฟดับเหมือนภาษาไทยเลย ได้ feeling ด้วย), คู่สนทนาหรือคนฟังเข้าใจในสิ่งที่พูดได้ง่ายและชัดเจน(สื่อสารได้มีประสิทธิภาพ), สำเนียงมาตรฐาน คือ อาจจะไม่ไพเราะเท่าเจ้าของภาษาแต่ฟังไม่ออกว่า คนไทยพูด ที่สำคัญสามารถบรรยายเป็นอังกฤษได้เป็นชั่วโมงๆแบบไม่อ่าน script
แอบรู้มาด้วยว่า การพิจารณาระดับ CEO สำหรับหน่วยงานใหญ่ระดับประเทศหลายแห่งดูความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก เพราะต้องติดต่อสื่อสารกับต่างประเทศอยู่ ด้วยเหตุผลทีว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ คือ บริษัทต่างประเทศ หลายคนเฉือนกันตรงนี้แหละ
ผมว่า ถ้าภาษาอังกฤษยังไม่ดีเท่าคนเก่งๆเหล่านี้ เราก็ไม่ควรคิดว่า ภาษาอังกฤษดีอยู่แล้วนะ แต่ก็ขึ้นอยู่กับความพอใจของแต่ละคนอยู่ดี เพราะหลายคนอาจจะบอกว่า Its my life!!
10. ห้ามเตะคนเขียน..................ถ้าเจอกันตามงานไฮโซต่างๆ
(เพราะทำทั้ง 9 ข้อแล้ว ภาษาอังกฤษไม่ดีเท่า จอร์จ บุช)
จาก.........."คนล่อเท้า"
ปล. จริงๆแล้วมี 9 ข้อครับ แต่ไม่รู้ทำไมเขียนเป็น 10 ทั้งที่นี่และ bloggang
edit @ 2005/11/30 10:32:01
edit @ 2005/11/30 15:17:03
นู๋มะชอบอังกิดเรยยย