2005/Nov/21

ภาพจาก www.sidis.net (ภาพริมสุดทั้งสองด้านคือ พ่อและแม่ของ Sidis)

-- Music Zone ตอนนี้กดเพลงฟังได้ตรง article แต่ละอันหรือส่วนท้ายของ recommended นะครับ --

อารัมภบท -- ตอนนี้ผมมีความสามารถที่จะเลือกเพลงใส่ประกอบการอ่านเพื่อให้มีสมาธิมากยิ่งขึ้นนะครับ โยมท่านใด อยากฟังเพลงอะไร ใครร้อง หายากแค่ไหน ก็ขอมาได้ครับ ผมจะรีบจัดมาให้ฟังตามความพอใจของคนหาเลย ไม่ต้องเกรงใจนะครับ

มีแฟนคลับหลายคนถามถึงเรื่องของนาย William James Sidis อัจฉริยะของมนุษยชาติ ก็เลยถือโอกาสเขียนต่อเลยนะครับ

Sidis เกิดวัน April Fool's Dayหรือ 1 เมษายน ค.ศ.1898 วันที่โลกได้สัมผัสกับบุคคลที่ถือว่า "ฉลาดทีสุดในจักรวาล" จนพวกสมาคมทางด้าน IQ ให้ฉายาว่า "Universal Genius" คืออาจจะต้องให้โลกแตกเสียก่อนถึงจะเจอคน IQ สูงอย่างนี้อีกซักคน(อาจจะเปรียบเทียบ over ไปหน่อยแต่อยากให้เห็นจะๆ ว่าฆราวาสประเภทนี้หายากจริงๆ)ซึ่งคาดกันว่า IQ ของโยม Sidis อยู่ที่ประมาณ 250-300 ส่วนคนที่มี IQ สูงรองลงมาคือ Marilyn Vos Savant ผู้ซึ่งมี IQ อยู่ที่ 218 และยังมีชีวิตอยู่(59 ขวบแล้ว) โดยมีอาชีพเป็นนักเขียนและคอลัมนิสต์

ปะป๊ากะม่ะม้าของ Sidis เป็นหมออพยพมาจากรัสเซีย ซึ่งวงศ์ตระกูลสายของปะป๊า ของ Sidis จะฉลาดกันมากๆ เขาลือว่า คนตระกูลนี้สามารถคิดทำความเข้าใจสิ่งต่างๆได้เร็วกว่านักวิชาการเก่งๆถึง 10 เท่า ปะป๊าของ Sidis เป็นนักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น แต่ตอนหลังชื่อเสียงหดหายเพราะชอบโม้ว่า เขามีเคล็ดลับในการสอนคนรอบข้างให้ฉลาดขึ้นจนเป็นอัจฉริยะกันได้ และยังมีเรื่องเสียๆหายๆอีกหลายเรื่อง

แน่นอน เขาก็บอกว่า ทั้งลูกและภรรยาของเขาเป็นผลผลิตจากวิธีการสอนของเขาเอง

Sidis ฉายแววฉลาดตั้งแต่เด็ก

เริ่มจากฟังนิยายกรีกตั้งแต่เป็นเด็กทารกแบเบาะ

เริ่มใช้ช้อนตอนอายุ 8 เดือน

เริ่มพูดคำว่า "Door" ตอนอายุ 6 เดือน (คำนี้พูดไม่ง่ายในสำเนียงอเมริกัน สำหรับคนไทย)

ตอน 7 เดือนชอบชี้ไปที่ Moonแล้วพูดว่า "จะเอา จะเอา Moon" พูด "จะเอา จะเอา" สงสัยพี่เลี้ยงเป็นคนไทย (ผมคิดเอง)

สะกดคำตางๆได้อย่างถูกต้องตอนอายุ 1 ขวบ

เริ่มอ่าน The New York Times ตอน 1 ขวบครึ่ง

เริ่มพิมพ์ดีดตอนอายุ 3 ขวบ โดยจดหมายฉบับแรกที่พิมพ์เป็น เอกสารสั่งซื้อของเล่นจากร้าน Macy's

ตอน 4 ขวบ อ่านภาษาละตินซึ่งเรียนเอง จากนิยายเรื่อง Caesar's Gallic Wars

---- มันจะเก่งเกินหน้าเกินตาซะแล้ว เอ้าต่อ ---

เรียนวิชาตรรกศาสตร์ของอริสโตเติล ตอนอายุ 6 ขวบ (ตอนนั้นผมเริ่มหัดร้องเพลง Karaoke แล้วนะ สูสีๆ เพียงแต่ญาติๆบอกว่า ฟังไม่รู้เรื่องว่าร้องอะไร สวดมนต์หรือเปล่า มีแววตั้งแต่เด็กๆเลยเรา)

ตอน 6 ขวบนี้แหละที่ Sidis เริ่มเรียนภาษารัสเซีย ฝรั่งเศส เยอรมัน ฮิบรู ตุรกี(Turkish) อาร์เมเนียน (แตกต่างจากผมพอสมควรเพราะเริ่มเรียน ภาษาคน ตอนอายุ 16 ขวบ)

และช่วงเดียวกันนี้ เขาเริ่มเรียน Gray's Anatomy พวกกายวิภาค โดยเข้า Grammar Schoolและจบ grade 7 ในเวลา 7 เดือน

พออายุ 8 ขวบเริ่มเป็นอภิชาตบุตร เพราะเก่งคณิตศาสตร์กว่าปะป๊า สามารถจำทุกอย่างที่อ่านได้

ชักเยอะ อ่านเอาเองเลยละกัน

Wrote four books between ages of four and eight.Two on anatomy and astronomy, lost.

Passed Harvard Medical School anatomy exam at age seven.

Passed MIT entrance exam at age eight.

Intellect surpassed best secondary school teachers.

At age 10, in one evening, corrected Harvard logic professor Josiah Royce's book manuscript:citing, "wrong paragraphs."

Attempted to enroll in Harvard at nine.

In 1909, became youngest student to ever enroll at Harvard at age 11.

In 1910, at age 11, lectured Harvard Mathematical Club on 'Four-Dimensional Bodies.'

Billy graduated from Harvard, cum laude, on June 24, 1914, at age 16.

Billy entered Harvard Law School in 1916.

Billy could learn a whole language in one day!

Billy knew all the languages (approximately 200) of the world, and could translate among them instantly!

สำหรับ 2 อันหลังแสดงอัจฉริยภาพทางภาษา ทำไปได้คนเรา!!!

Sidis หรือชื่อเล่น Billy เข้ม ดังมากๆตอนสอบเข้า Harvard เพราะนิตยสาร Times ลงข่าวครึกโครมตลอด อย่างไรก็ตามเขาก็เริ่มฉายแววความตกต่ำตอนเรียนที่ Harvard จะเห็นว่า จาก transcript ที่เอามาให้ดูในงานเขียนก่อนหน้านี้ ผลการเรียนก็อยู่ในระดับเฉลี่ย ทั้งที่ควรจะ A ทุกตัว

เพื่อนๆที่ Harvard ส่วนใหญ่มองเขาเป็นตัวตลก ตัวประหลาด จนพ่อแม่ส่งให้ไปเรียนที่ Rice University แต่ก็ทนเรียนได้แค่ 1 ปี ก็ต้องกลับมา Boston แถมถูกเย้ยหยันจากพวกหนังสือพิมพ์ต่างๆที่เคยตื่นข่าวเกี่ยวกับเขามาก่อน

ใน ปี ค.ศ. 1919 เขาถูกจับข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการจราจล

มีเพือนสนิทชื่อ Martha Foley ซึ่งความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งที่สุดคือ "การจูจุ๊บ" แค่นั้นเอง.....ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย

ในช่วงทำงาน เขามักมีปัญหากับผู้บังคับบัญชาเสมอ และ "เกลียดเงิน"ทำให้เขาพยายามทำตัว low profile ผลที่ตามมาเงินค่าจ้างก็น้อย โดยทำงานดูแล mechanical computer (สมัยนั้นคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่มากๆ กลไกก็มากจนดูเป็นเครื่องยนต์มากกว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์)

หลังจากนั้นเขาทำงานในช่วงสั้นๆเป็น "ล่าม" หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ตอนรุ่งๆก่อนถูกจับก็มีผลงานทางวิชาการพอสมควรแต่ก็ไม่หวือหวามากมาย

หลายคนพยายามหาคำตอบว่า ทำไมโยม Sidis ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตเลย กลับกลายเป็นล้มเหลวด้วยซ้ำ ทั้งที่เป็นคนที่ IQ สูงที่สุดในจักรวาลก็ว่าได้ (จนปัจจุบันก็ยังไม่มีใครฉลาดเท่านายคนนี้)

สาเหตุต่างๆได้ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงแต่ก็ไม่มีการฟันธงแน่นอนลงไป บ้างว่า เพราะพ่อที่ใช้จิตวิทยาที่ผิดๆในการสอนลูก(แต่ตัวพ่อกลับบอกว่า เป็นข้อดี) บ้างบอกว่า ตอนเด็กไม่ค่อยได้เล่น(แต่จากพยานก็บอกว่า เขาก็เล่นนะตอนเด็กๆแต่อาจจะน้อยกว่าเด็กทั่วไป) บ้างก็ว่า ตัวเขาเองนั่นแหละที่เป็นปัญหา โดยเฉพาะการปรับตัวให้เข้ากับสังคมรอบข้าง ฯลฯ

Sidis ไปเที่ยวสวรรค์แบบ one-way ticket (ขอให้ไปดี) ตอนอายุได้ 56 ขวบ ใน ปี ค.ศ. 1923 ขณะที่กำลังเขียนหนังสือเรื่อง The Psychology of the Folk Tale โดยเขามีผลงานตีพิมพ์หนังสือ 17 เล่ม และบทความในนิตยสาร 50 เรื่อง

จากเรื่องราวของโยม Sidis ทำให้เราได้ข้อคิดมากมาย เพื่อเป็นการให้เกียรติ และขอบคุณในสิ่งต่างๆที่เราเรียนรู้จากชีวิตของเขา..........................

........ผมขอความร่วมมือจากทุกท่าน

.......................

.......................

ยืนสงบนิ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อเป็นการไว้อาลัย เป็นเวลา 1 นาทีครับ

..........................

.....................

........................

.........................

..............ยังครับยัง ยังไม่ครบ 1 นาที.............

...........................

...................

...บางคนยังแอบยิ้ม serious นะครับ กรุณาสำรวมด้วย............

........................

.........................

.........................

ราเมน

............

เฮ้ย............อาเมน(คือ ท้องมันว่างหนะ เลยพูดผิดๆถูกๆ)

ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือครับ วันนี้ขอจบแบบเศร้าๆแต่มีข้อคิดนะครับ........

วันนี้ คิดว่าเราทุกคนได้อะไรกับชีวิตมากมาย ...คนเก่ง...ไม่ได้หมายความว่า จะประสบความสำเร็จในชีวิตทุกคน และ...คนโง่.....ก็ต้องรู้จักเรียนรู้อยู่เสมอ

และข้อสรุปที่สำคัญในวันนี้อีกอย่างก็คือ

............................

.............................

............................

คนเขียนกับคนอ่าน..................

........................

..........................

บ้าพอๆกัน .......................เจริญพรนะโยม

--- ตามอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ก็สรุปได้แล้วล่ะว่า ....บ้า.... --

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ม่ายเห็นมีเพลงฟังเลยอ้ะ
#1  by  นก ^o^ At 2005-11-21 21:06, 
มีซิครับ กำลังฟังอยู่เลย
#2  by  เพลงใหม่ At 2005-11-21 21:10, 
#3  by   (161.200.130.165) At 2005-11-22 01:24, 
very good songsbig smile
#4  by  Mp3 (58.8.153.29) At 2008-03-22 18:33, 
ดีคับ ได้ความรู้ดีนะคับbig smile แจ่มๆ
#5  by  ผมรักปุ้ย (125.27.97.210) At 2009-01-05 20:42, 

<< Home

ฟรี Update เพลงทาง Email กรอก email ของคุณในช่องด้านล่าง สมัครแล้ว อย่าลืมกด link ใน email ที่ส่งกลับไปเพื่อยืนยันด้วยครับ