2005/Nov/17

-- คัดลอกแบบทันทีทันใดมาจากอีก blog หนึ่งที่ http://bignose.bloggang.com

นี่คือ ครั้งแรกของผมที่เขียนบทความที่ bloggang.com หลังจากที่หัดใช้ หัดสร้าง blog ที่ http://bignose.exteen.com เมื่อ 2สัปดาห์แล้ว จนเป็นเหตุ(ส่วนหนึ่ง) ทำให้ server ของคุณแชมป์ webmasterทำงานช้ากว่าปกติยิ่งขึ้นไปอีก โดยยอดเฉลี่ยของผู้เข้าชมภาพเด็กๆน่ารักๆประมาณ 400 กว่าท่านต่อวัน ขึ้น chart จากอันดับประมาณ 23,000 เข้า TOP 20 ภายใน 1 สัปดาห์อย่างไม่น่าเชื่อ-ดูจากสถิติ truehits.net ของ exteen.com- ต้องขอบคุณ google ที่ช่วยหาภาพเด็กๆน่ารักๆให้เรามาดูและสร้าง rating ทีดีให้ผม แต่ต่อไปคงลดลงเรื่อยๆจากการกระจายตัวของผู้รักเด็กไปที่ 2 blog (ถ้าหนังสือที่เขียนไปขายดีอย่างนี้ก็ดีซิ ^ ^ ") ผลก็คือ ทำให้ช่วง 3-4 วันที่ผ่านมาจำนวนผู้เข้าชม มากกว่าครึ่งไม่สามารถ access เข้าไปที่ website ดังกล่าวได้ ผมจึงย้ายข้อมูลมาที่นี่ทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามผมก็ยังทำ blog ที่นั่นต่อไป อย่างน้อยที่สุดก็เป็น website ที่จุดประกายให้ผมสนใจเรื่อง blog เพราะความเรียบง่ายแต่สวยงามของ exteen ขอบคุณจริงๆ

เข้าเรื่องกันดีกว่า แต่ไม่แน่ใจว่า บทความนี้เป็นการหาเรื่องหรือเปล่า เพราะกำลังพูดถึงเรื่องที่กระทบโดยทางอ้อมกับ "ร้านขายของ" บางประเภท

จริงๆแล้วผมกำลังเขียนถึงประสบการณ์ในการเรียนภาษาในต่างแดนมากกว่า แต่เป็นประสบการณ์สั้นๆก่อนเริ่มเรียนวิชาหลัก MBA

จำได้ว่า ผม take course เรียนประมาณ 2-3 สัปดาห์ หรืออาจจะ 5 สัปดาห์ จำไม่ได้แน่นอน แต่รู้ว่า ไม่นานเท่าไหร่นัก ก่อนเดินทางกะว่า จะ take course ที่นั่นเพื่อหาเพื่อนไว้ก่อน เพราะตั้งใจไปเรียนที่ Scotland ด้วย 2 เหตุผล คือ

1. ที่นี่ติด TOP 10 ทางด้าน Business ของ UK ช่วงก่อนปีที่ผมจะเลือก แต่หลังจากผมไปเรียนแล้ว อันดับก็ลดลงเรื่อยๆอย่างเสมอต้นเสมอปลายจนตอนนี้อยู่ไม่เกินอันดับ 25 จาก Business School ใน UK ประมาณ 100 แห่ง

ชื่อมหาวิทยาลัยคือชื่อเดียวกับเมืองคือ Stirling เป็นเมืองหลวงเก่าของ Scotland หลังมอมีอนุสาวรีย์อายุ 200 กว่าปี ของ Sir Wlliam Wallace ผู้กอบกู้เอกราชจากอังกฤษ ที่ Mel Gibson แสดงในเรื่อง Brave heart (หัวใจต๊ะติ๊งโหน่ง) คิดว่า เราส่วนใหญ่เคยดูกันมาแล้ว (มีภาพมหาวิทยาลัยตอนจบด้วยนะ)

ที่พูดนี่ไม่ได้เคยเข้าไปในอนุสาวรีย์กับเขาหรอกนะ แต่ดูใกล้ๆระยะประชิดเลยตอนไปโรงเรียน

คือ........ดูๆแล้ว มันคล้าย.............."เมรุ" น่ะ "เมรุ" ก็เลยไม่ได้เข้าไป เพราะกลัวคนเฝ้าข้างล่างเขาเผลอจุดไฟ ไม่ไว้ใจ +_+ " รู้สึกเป็นลางยังไงไม่รู้ ดูอยู่ห่างๆดีกว่า safe ไว้ก่อน

2. พยายามหลบคนไทยด้วยกันเอง เพราะเกรงว่า เย็นๆจะชวนกันไป "แดจังกึม" อย่างนี้ภาษาไม่ดีแน่ๆ แต่จนแล้วจนรอดก็เจอกลุ่มชนชาวไทย เกือบ 1 โหล รอต้อนรับแบบกระจัดกระจาย(เจอทีละคน สองคน) ซึ่งส่วนใหญ่จะจบมาจาก ธรรมศาสตร์ จุฬา และเกษตรศาสตร์

ก่อนไปก็มั่นใจในภาษาอังกฤษเรามาก กะไปเรียนภาษาเพิ่มเติมแบบ ชิว ชิว อุ่นเครื่องก่อนเรียนจริงๆจังๆ แต่ปรากฏว่า พอลงทางแท็กซี่ถึงหอพัก และได้เริ่มพูดคุยกับ Porter คนดูแลในเรื่องต่างๆของหอพัก(ออกแนวทำความสะอาด) ก็เลยสับสนว่า ได้เดินทางมาประเทศอิตาลีหรือเปล่า เพราะฟังไม่ออกเลย และยังเถียงกับเพื่อนคนไทยอีกว่า Porter เป็นคนอิตาลีแน่นอน(ไม่เคยฟังภาษาอิตาเลี่ยนมาก่อน แต่น่าจะเป็นการเดาที่ใกล้เคียงที่สุด)


ในช่วง 1 เดือนแรก ผมถูกจับให้อยู่ร่วมชั้นเดียวกับเด็กสาวๆญี่ปุ่น 3-4 คนที่มาเรียนภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัย ที่เหลือเป็นสาวไต้หวันอีก 2 คน......

ผู้ชายคนเดียว...ท่ามกลางสาวน่ารัก.....แถมใช้ห้องน้ำรวมด้วยกันอีกต่างหาก

แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจกับความโชคดีนี้เลย เพราะว่า..........


ผมค้นพบตัวเอง......

และต้องยอมรับความจริงที่ว่า ....คนเรามักจะมีอะไรที่ขัดแย้งกันในตัวเองเสมอ

ผมพบว่า..............ผมเป็น.....


.............................



..............................



.............................




ผมเป็นคนที่ภาษาอังกฤษไม่เอาอ่าวเลย

.............................


..............................


ไม่ว่าจะเป็น "ตังเกี๋ย" หรือ "อ่าวไทย"

จากที่เคยคิดว่า ภาษาเราดี แต่ในโลกของความเป็นจริงสีม่วง มันคนละเรื่องกัน เก่งแต่ในบ้าน ออกนอกบ้านแพ้ตลอด

การเรียนที่นั่นจึงเป็นการเรียนที่ทรมานใจชายอย่างที่สุด เพราะความมั่นใจ หมดสิ้นสูญสลายไปในทันที่ที่ ผมค้นพบตัวเอง

ถามว่า คุ้มไหมที่เรียนภาษาอังกฤษในต่างแดน?? ขอไม่ตอบตรงๆ แต่บอกได้ว่า ถ้าคิดว่า เรียนจบแล้วภาษาดีขึ้นแบบผิดหูผิดตาโดยลงทุนเรียน 1-2 เดือนคงไม่ได้ผลแน่นอน เงิน 2-3 แสนก็สูญสลายไปเช่นกัน

แต่เราอาจจะได้เพื่อน ได้เปลี่ยนบรรยากาศ และได้ certificate ว่า ผ่านหลักสูตรนี้มาแล้ว

แล้วถามต่อว่า ที่ผมไปเรียนต่อและใช้ชีวิตที่นั่นประมาณ 13 เดือนมันทำให้ภาษาของผมดีขึ้นไหม? ตอบว่า "ดีขึ้น" ถามต่อว่า ดีขึ้นมากไหม? ตอบตรงๆว่า "ไม่มากเลย"

เพราะ......ผมค้นพบตัวเองครั้งที่ 2 ว่าภาษาผมดีขึ้นและสามารถ "จังกึม" ร่วม dinner กับฝรั่งได้แบบสบายๆ ก็ตอนที่.....................



ผมกลับมาทำงานที่ประเทศไทยประมาณ 6 เดือนให้หลัง โดยการฝึกฝนด้วยตนเองและเอาความอึดอัดตอนเรียนต่อมาเป็น "กำลังใจ"


แต่อย่างน้อยการได้ไปเรียนต่อต่างประเทศก็ทำให้ผมรู้สัจธรรมข้อหนึ่งที่ว่า

........................


.........................


........................

เวลา "ทำไข่เจียวหมูสับ" คุณต้องแน่ใจว่า คุณเจียวไข่เองแล้วหมูข้างในมันต้องสุกด้วย มิฉะนั้นอาจจะต้องเผลอกินหมูดิบผสมไข่เจียวสุกแบบผมก็ได้ ...... ลองมาแล้ว ..มันคือ ประสบการณ์ในต่างแดนที่ลืมไม่ลงจริงๆ


..................................

...............

นึกถึงแล้วอยากจะ "อาเจียน" ทุกที

...........





ภาพหาจาก google.com เก็บไว้นานจนหาต้นตอไม่เจอครับ



edit @ 2005/11/20 20:46:20
edit @ 2005/11/20 20:48:51
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ประสบการเกี่ยวกับการเรียนภาษาอังกฤษ เยอะดีจังเลยนะคะ อ่านแล้วสนุกดีค่ะ
#1  by  SwEetSeA^-^ At 2005-11-18 09:59, 
จริงๆแล้ว ชีวิตผมมีอะไรหนุกๆ แปลกๆเยอะมาก วันหลังจะมาโม้ให้ฟังสลับกับเรื่องภาษาอังกฤษนะครับ
#2  by  เพลงใหม่ At 2005-11-19 00:54, 
อยากคุยด้วยงะ เล่นเอมรึเป่าเเอดมานะ karitar_m9m@hotmail.com ถ้าไม่เล่น ส่งเมล์มาก้ได้นะอยากคุยด้วยงะ จิงนะๆๆๆๆๆๆ
#3  by  ฐา (221.128.100.200) At 2005-11-19 10:52, 
ชอบคำเปรียบเปรย "ไข่เจียวหมูสับ" จริงๆครับ

จะเก็บเอาไปพูดบ้าง คิคิ
#5  by  บูบู้ (202.57.137.195 /192.168.0.2) At 2005-11-20 20:34, 
confused smile ดีค่ะทุกคน
#6  by  ปลาย (124.157.209.184) At 2007-10-20 19:10, 
Nice!
[
#7  by  None (221.232.159.112) At 2007-11-09 18:59, 
Nice
[
#8  by  None (85.194.127.10) At 2007-11-16 08:41, 
Cool!
%5
#9  by  None (202.58.169.119) At 2007-11-27 13:26, 
Interesting..
#10  by  None (213.55.86.23) At 2007-12-20 23:07, 
very good songsbig smile
#11  by  Mp3 (58.8.153.29) At 2008-03-22 18:32, 
อยากรู้จักจังเลยค่ะ
เฮ้ออ่านแล้วรู้สึกดี
และตอนนี้ก็อยากไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศด้วย
ไม่ทราบว่าจาให้คำปรึกษาได้ป่ะคะ
da_badu@hotmail.com
ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
#12  by  benya (58.8.101.203) At 2008-08-09 22:39, 
อืมม์ ขอบพระคุณมากๆ กำลังคิดจะทุ่มทุนสมบัติที่มีอันน้อยนิดเพื่อไปเรียนภาษาต่างประเทศสัก 6 เดือน พออ่านแล้ว ต้องกลับไปคิดใหม่แล้วหละ เอาเงิน 5-6 แสน ทุ่มเรียนในเมืองไทยให้ดีขึ้นอีกหน่อยดีกว่า แล้วค่อยไปขอบคุณนะ
#13  by   (61.19.52.106) At 2009-04-22 14:39, 

<< Home

ฟรี Update เพลงทาง Email กรอก email ของคุณในช่องด้านล่าง สมัครแล้ว อย่าลืมกด link ใน email ที่ส่งกลับไปเพื่อยืนยันด้วยครับ