2005/Oct/30

@--- bookmark ไว้นะครับ จะได้เรียนได้ต่อเนื่อง อีกอย่างปะป๊ามะม้าใครรวยมีห้องที่สอนภาษาได้ อยากบริจาคให้ใช้ฟรี ผมยินดีสอนฟรีครับ(เวลาไม่แน่นอนเพราะทำงานด้วย) เพื่อคนไทยจะได้ go inter ทั้งประเทศ อย่างน้อยก็ไปอิรักแบบไม่ต้องอายใครแบบรูปข้างบนไง---@

-- จำนวนผู้เข้าชมบทความนี้ ล่าสุดเวลา01:14 น 3 พ.ย. นี้ (รวม3 วันนิดๆ)1,418 ท่าน --

1. ลืม....ความเศร้า ความขมขื่น เกี่ยวกับภาษาอังกฤษให้หมด

ลืมว่า ครั้งหนึ่งเพื่อนๆคนรอบข้าง เย้ยหยันว่า ไม่ inter เลย เพราะพูดได้แต่ อา ฮะ อา ฮะ

ลืมว่า พอเจอฝรั่งทีไร เหงื่อแตกทุกที ต้องรีบหลบเด็ดดอกไม้ข้างทางทุกทีไป

ลืมว่า หัวไม่ไป เรียนยังไงก็ไม่รู้เรื่อง

ลืม............คนที่เคยทำให้เราช้ำใจ เพราะไม่เคยสอนภาษาอังกฤษให้เราเลย

2. ยอมเสียเวลา 1 ชั่วโมง ในการเรียน tense ทั้ง 12 ใหม่

พยายามทำความเข้าใจว่า ใช้อย่างไร เอาให้แม่น เหมือนจำราศรีทั้ง 12 เวลาดูดวง

นั่นแหละ จะเห็นว่า มีแค่ 12 tense แต่อย่าประมาท เพราะที่เรียนๆมาเป็น 10 ปีใช้ผิดๆถูกๆ

อยู่เสมอ

ไม่ต้องจำว่า อะไร+อะไร+อะไร เพราะเราไม่ได้มานึกว่า ประธาน+กริยา+กรรม เพียง

แต่หนังสือไวยกรณ์เขาทำให้เราแยกแยะประเภทคำเพื่อให้เข้าใจว่า ควรใช้ให้ถูกต้องอย่าง

ไรเท่านั้น ก็เหมือนที่เราไม่เคยสนใจว่าคำไหนคือ ประธาน กรรม เวลาที่เราพูดภาษาไทย

เพราะ .......การจำลักษณะนี้จะทำให้งงมากกว่า และ ไม่เคยมีข้อสอบภาษาอังกฤษเลย

ที่ถามว่า คำไหนเป็นคุณศัพท์!!!

เรื่องสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการ go inter คือ แยกแยะและรู้ว่า เมื่อไรจะใช้รูปประโยค อดีต ปัจจุบัน อนาคต กำลังทำอยู่ หรือทำมาแล้วระยะหนึ่ง โดยเฉพาะอดีตที่คนไทยน้อยคนจะใช้ได้อย่างถูกต้อง ---> เรื่องนี้จะทำให้เกิดการเข้าใจผิดในการสื่อสารมากๆ ว่า ตกลงทำไปแล้ว หรือ ยังไม่ได้ทำกันแน่ ชักงง!!

อย่าลืม อ่านกริยา 3 ช่องด้วย เอาเฉพาะคำที่คิดว่าใช้บ่อยๆเท่านั้นในช่วงแรก

เพราะเดี๋ยวจะเบลอกันไปใหญ่

สำคัญมากๆ ก็คือ รู้ว่า ศัพท์แต่ละคำเน้นพยางค์ไหน อันนี้สำคัญมากๆเลย เพราะ

จะนำไปสู่ความสามารถในการจับคำพูดของฝรั่งในขณะที่เราฟัง

3. ลงทุนซัก 1,000 บาท หา Dictionary ดีๆ (English-English) ที่มีตัวอย่างการใช้คำ

ศัพท์

ปัญหาระดับประเทศก็คือ รู้คำศัพท์เยอะแต่ใช้ไม่เป็น ไม่รู้ว่าคำไหนควรใช้กับอะไร มีสันธานแบบไหนอย่างเช่น proceed ใช้กับ with เป็น proceed with เป็นต้น

ที่สำคัญ รับรู้ความรู้สึกด้วยว่า ระดับหรือรูปแบบอารมณ์ของคำนั้นเป็นอย่างไร สิ่งนี้จะช่วยทำให้เรารู้ว่า ควรจะใช้คำไหนหากคำนั้นภาษาไทยแปลออกมามีความหมายเหมือนกัน อย่างคำว่า want กับrequire ที่แปลว่า ต้องการเหมือนกัน แต่ใช้ต่างกันนะจ๊ะ

4. อ่านภาษาอังกฤษอย่างน้อย 1/2 หน้าทุกวัน

การอ่านเป็นการรับข้อมูล ข้อมูลที่เราอ่านก็ถูกต้องตามหลักไวยกรณ์อยู่แล้วจึงเป็นการ

เรียนรู้ที่ถูกต้องตั้งแต่แรก มากกว่าการเริ่มใช้ภาษาของตัวเองที่ยังถูกๆผิดๆ พอฝึกไปเรื่อยๆ

มันจะแก้ไขลำบาก เพราะมันชิน(จิตใต้สำนึกและสมอง มันชินของมันเอง การตอบสนองจึงออกมาแบบผิดๆถูกๆ) ทำอย่างนี้อย่างน้อย 3 เดือน แต่ถ้าขยันมากก็จะช่วยลดระยะเวลาได้

อย่าคิดว่า อ่านแค่ 1/2 หน้า ทำไมน้อยจัง สิ่งที่ต้องทำความคู่คือ การสังเกตว่า แต่ละคำใช้อย่างไร แล้วจะรู้ว่า นรกน้อยๆมีจริง สังเกตการใช้ทุกคำเลยนะ รับรองไม่ผิดหวัง ถ้าผิดหวังก็ให้คิดว่า มีผมคนหนึ่งที่จะคอยช่วยปลอบอยู่เสมอ :-)

5. ฟังข่าวภาษาอังกฤษหรือการสนทนาที่เป็นทางการ อย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง

การอ่านที่ถูกต้องและคุ้นเคยกับคำศัพท์ต่างๆจะช่วยให้ ทำให้การฟังดีขึ้นมาก ใน

ขณะเดียวกันการฟังจะทำให้สมอง(จิตใต้สำนึก)สามารถบันทึกการเน้นเสียงสูงต่ำได้ดี

และถูกต้อง (อันนี้ไม่ได้โม้แบบสมรักษ์ แต่เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์จริงๆถ้าไม่เชื่อก็ลอง

ไปถาม Eisteinดู แล้วช่วยแจ้งผลให้ด้วยนะ)จนทำให้การฟังป็นธรรมชาติ รู้ว่า ฝรั่งพูด

คำไหน แม้ว่า จะพูดเร็วหรือเบาต่อให้พูดกับฝรั่งออสเตรเลียหรือสก๊อตในชนบทเราก็รู้

เรื่อง เพราะเราฝึกให้สมองแยกแยะคำพูดจากการเน้นเสียงในแต่ละคำ มากกว่าการ

พยายามจับสำเนียง โปรดจำไว้ว่า สำเนียงแตกต่างกันมาก แต่การเน้นเสียงพยางค์ใน

แต่ละคำเหมือนกันทั่วโลก

6. เขียนภาษาอังกฤษบ่อยๆเพื่อตรวจสอบความสามารถทางภาษา

การเขียนเป็นการสะท้อนความสามารถทางภาษาที่ดีรองจากการพูด เพียงแต่เรามีเวลานึกมากกว่า ถ้าเป็นไปได้ให้คนที่เก่งภาษาช่วยตรวจดู ตอนแรกจะพบว่า ทำไมมันถึงผิดเยอะแยะขนาดนี้ แต่ถ้าฝึกทักษะอื่นๆไปซัก 1 เดือน แล้วจะรู้ เราค้นพบตัวเองแล้ว!!!

7. พูดกับตัวเองบ่อยๆ

เป็นเรื่องน่าแปลกที่คนเราสามารถสื่อสารกับฝรั่งได้อย่างคล่องแคล่ว โดยที่อาจจะไม่เคยคุยกับฝร่งมาก่อนเลยในชีวิต สิ่งที่แตกต่างกันมีแค่เราจะประหม่าเมื่อเจอตัวจริงเสียงจริง แต่การฝึกฝนแบบแห้งๆสามารถช่วยได้ 100% อันนี้รับประกัน (ถ้าทำไม่ได้อย่างที่รับประกัน สามารถ claim ได้ที่ 1150 บอกว่า ขอ claim น่องไก่ 2 ชิ้น บอกว่า ผมแนะนำมา )

การพูดนอกจากจะช่วยตรวจสอบว่าเราคิดและพูดออกมาได้เป็นธรรมชาติแค่ไหน ทุกคนจะผ่านขั้นตอนของการแปลไปแปลมาในใจก่อนแล้วจึงพูด แต่ถ้าพูดและเขียนบ่อยๆเวลาในการแปลจะลดลง จนสามารถพูดหรือเขียนออกมาได้โดยไม่ต้องแปลเลยมันเป็นเรื่องธรรมชาติที่ทำได้ทุกคน


หาที่เงียบๆฝึกพูดนะ คนรอบข้างจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง!!!

8. ฝึกอ่าน ฟัง เขียน พูด อย่างน้อย 3 เดือน เพื่อให้สมองสร้างเครือข่ายเซลล์สมองในเรื่องภาษาอังกฤษ

อันนี้เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ล้วนๆ และมันจะตอบคำถามว่า เรียนมาเป็น10 ปีแต่ภาษาไม่ไปไหนเลย ทั้งนี้เพราะว่า เราฝึกไม่ถึงขั้นให้สมองรองรับหรือสร้างฐานที่เป็นรูปเป็นร่างเพียงพอ เราก็หยุด หรือไม่เข้มข้นให้ถึงระดับของมัน เหมือนกับเราต้มน้ำยังไม่เดือด ก็ถอดปลั๊กซะแล้ว ทำอย่างนี้อีกไปเรื่อยๆจนสร้างนครสุววณภูมิเสร็จก็ไม่มีอะไรดีขึ้น

สู้ต้มน้ำทีเดียวให้เดือดไปเลยในครั้งเดียวจะดีกว่ามั่ง??!!!

9. ฝึกฝนอย่างต่อเนื่องให้เป็นกิจวัตร แม้ว่า ภาษาจะดีแล้ว

ความสามารถทางภาษาจะลดลงได้ ตราบใดที่เราไม่ได้ใช้มันอย่าลืมว่า เราไม่ได้อยู่ต่างประเทศ ฉะนั้นมีดต้องลับให้คมอยู่เสมอ

ทำได้ 9 อย่างนี้ 3 เดือน ก็ go inter ได้แล้วล่ะ!!!!

แต่ถ้า.........ไม่ได้............

.........

........

........

........

ก็ไปฟ้องคุณสรยุทธให้ออก "ถึงลูกถึงคน" ได้เลยครับ :-)

ปล. อ่านจบแว้ว ช่วยแวะไปเยี่ยม website ของผมที่ http://www.bignosecity.com ด้วยนะคร้าบบบบ

ติชม แนะนำ บอกรัก comment ได้นะครับ



edit @ 2005/11/02 20:30:07
edit @ 2005/11/04 10:02:57
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
haha that's nine
i suggest one shortcut
find the fa rang galfriend.
#1  by  chalam (61.91.107.42) At 2005-10-30 15:36, 
ถ้าว่างจะลองดูนะคะ
....เป็นคำแนะนำที่ดีมากเลยคะกำลังหาวิธีฝึกภาษาอยู่พอดี...จะทำตามที่บอกนะค่ะ...เป็นกำลังใจให้ด้วยค่ะ...อิอิ
#3  by  เด็กดี (202.57.183.45) At 2005-11-01 21:29, 
จะลองเอาไปใช้นะคะ
เพราะว่าอยาก go inter บ้างน่ะคะ
#4  by  SwEetSeA^-^ At 2005-11-03 12:42, 
เป็นคำแนะนำที่ดีมากคะ หากใครได้อ่านจะเป็นประโยชน์มากเช่นกัน แต่คงไม่ดีแน่ หากแค่อ่านแล้วให้มันผ่านไป โดยไม่ลงมือทำ อันนี้ไม่ได้หมายความว่า ทุกคนที่อ่าน "ต้อง" ทำตาม แต่หากลองดูก็คงไม่เป็นไร จริงมั้ย
#5  by  คนที่เห็นด้วย (203.155.122.219) At 2005-11-03 14:11, 
very very good, thank you so much
#6  by  doremon (203.146.94.81 /unknown) At 2005-11-05 16:24, 
Thank you for your ideas.
#7  by  Fax (203.151.140.117 /203.113.56.74) At 2005-11-07 12:49, 
อ่านแล้วมีกำลังใจดีค่ะ
#8  by  daRARYE (203.188.13.248) At 2005-11-11 02:22, 
มีประโยชน์คะ แต่ไม่รุ้จะทำได้ไหม -*- จะพยายาม ขอบคุณนะคะ
#9  by  noid (58.64.101.176) At 2005-11-14 20:06, 
these are really useful tips; I really agree with them.
#10  by  is (68.171.48.189) At 2005-11-16 15:25, 
I'm your member and I'm waiting for your article.

Lucky
#11  by  doremon (203.113.38.6) At 2005-11-20 22:50, 
ดีมากครับ
#12  by  bergbaan (203.144.187.18) At 2005-11-21 18:09, 
ผมขอยืมบทความ ไปทำเวบหน่ยนะคับ ได้ม่ได้ ยังไงบอกด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ zone121@hotmail.com
#13  by  Jo (58.8.66.162) At 2005-11-25 14:35, 
ยินดีครับ ถ้าเอาไปลงแล้วช่วยแจ้งด้วยนะครับ
#14  by  เพลงใหม่ At 2005-11-25 15:29, 
อีกอย่างรบกวนแจ้งที่มาด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
#15  by  เพลงใหม่ At 2005-11-25 15:32, 
ขอบอกรักแล้วกันนะ
i love english!!!
#16  by  bamboo At 2005-12-02 17:42, 
ข้อแนะนำดีมากๆ เลยค่ะ แต่เพลงที่เปิดในหน้านี้ทำเราเจ็บจี๊ดๆ ที่หัวใจมากเลยค่ะ เพราะแฟนเราที่ไม่เคยเจ้าชู้ ส่งเพลงนี้ให้กิ๊กเค้าด้วย แต่เด๊ยวนี้ดีแล้วค่ะ แต่ฟังทีไรก็จิ๊ดๆ ทุกทีเล๊ยย
#17  by  Mrs.Happy At 2006-06-21 15:03, 
thanks a lot for your recommend.
I have problem about English skill.
i have a question between learn by myself and learn at acedemy what is the best way to improve my skill ? reply me, please
#18  by  weera (202.28.27.4 /10.30.4.19) At 2006-08-09 19:27, 
That's very helpful.thank you very much.
by the way,i love you.
HE HE HE...
#19  by  dreamdoodee (124.121.110.94) At 2006-08-15 00:38, 
#20  by  GoiJi At 2006-09-01 16:35, 
เนี๊ยะ กาลังเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเราเลย
เรียนเอกอิ้งค์ อังกฤษไม่กระดิกเลยเศร้า

ทุนจะไปหาซื้อดิกก้ยังไำม่มี
อยากไปนอกก็คงได้แค่ในฝันอ่ะ
However, Thank you so much for your petty suggest. Your block is very ussful and cool.
#21  by  มด At 2006-09-30 10:07, 
ขอบคุณมากค่ะ หนูไปเรียนที่โรงเรียนสอนภาษามาหลายที่ เสียตังตั้งหลายหมื่น ด้วยความขี้เกียจ เลยทำให้โง่ม่พัฒนาไปไหนทั้งๆที่ พ่อ ก็พูดภาษาอังกฤษได้ เหมือนตัวเองสมองรับรู้ช้า ซะงั้น ตอนนี้หนูก็กำลังรื้อสมองฝึกใหม่ ค่ะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำน่ะค่ะ มีหนังสือหลายๆเล่มที่
#22  by  แตง (222.123.65.79) At 2006-10-28 17:02, 
ใช่ค่ะ..ที่กล่าว ถูกเพ่ง..!! เลย
แต่..อยากให้สอนจังค่ะ
มีคลอสที่ไหนเปิดสอนไหมค่ะ ช่วย mail มาบอกด้วยนะคะ noogibnaka@hotmail.com
ขอบคุณคะ
#23  by  gib (125.25.239.78) At 2006-10-30 21:50, 
I wasn't do well in English when I was in High school or even when I was in College.. but by chance, I am in the States and I took several English courses.. I think I could be somewhat helpful for some of you who want to learn English or have some questions about it.. It would be my pleasure to assist you in some ENG levels.. So feel free to email me at soimart@hotmail.com and let's see if I can point out something good for any of you.. :)
#24  by  Online Tutor.. (68.0.201.200) At 2006-11-12 15:13, 
รักคือทุกข์
แล้วสุขคืออะไร
หากรักคือความเสียใจ
แล้วทำไมใจต้องการ
น่าสนใจมากเลยค่ะถ้าจะให้ดีควรที่จะมีหลักการในการพูดภาษาอังกฤษด้วยนะค้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
#25  by   (61.19.234.98) At 2007-11-16 17:16, 

<< Home

ฟรี Update เพลงทาง Email กรอก email ของคุณในช่องด้านล่าง สมัครแล้ว อย่าลืมกด link ใน email ที่ส่งกลับไปเพื่อยืนยันด้วยครับ